หน้า 2

 

ชายเอย..ชายใด…ในโลกา…
ไม่ชื่น..ไม่ชม..นำพา…ซึ่งอกหญิง..
เขาว่า..เป็นชาย..ที่ไม่จริง…
เพราะอกหญิง…คือสิ่ง..ต้องตาชาย

หวังเพียง..ได้ชื่น..ได้ชม..อกหญิง..
จะสุขยิ่ง…เมื่อได้ดั่งใจหมาย…
ได้ชื่นชม..ดอมดม..และซุกไซร์…
ช่างสุขใจ…หากได้ซบ…ซึ่งอกนาง…

อก..ใหญ่ ๆ..อุ่นไอ….ใครก็ชอบ…
ยิ่งได้กอด…ซุกไซร์..ก็ยิ่งโหม…
จึงโรมรัน..ฟันตู…..ไม่ยั้งแรง….
ได้แสดง…บทรัก..กับน้องนาง…

นี่และหนา…Sex พาแรงไปได้
มีพลัง…มากมาย..ใช้ไปหนา
เมื่อได้อยู่กับอก..แล้ว..แรงมา…
พออกของนางลา…ก็แรงไป…...

นอนแผ่..และสิ้นเรี่ยวแรง….
หลังแสดงบทรัก..ที่ยิ่งใหญ่…
พลังช้างสาร….พลันหายไป…
คงเหลือไว้…พลังแมว…เต๋วเหง๋ว…เอย….

เพื่อนรัก...
ให้คุณลุกก้าว..อีกครั้ง..
เก็บความทรงจำ .ตอกย้ำ.. เส้นทาง..
อย่า..ปล่อย..ให้ความรู้สึก..ร้าวราน...
ติดอยู่นาน .. มากเกินไป..
เรน..ก็รักพ่อ...
เคยท้อ.. ต่อฝัน..ในใจ...
วันสับสน..ไม่มีใคร...
คำพ่อ..สอนให้... นำมาใช้... ใกล้คุณ..
รักพ่อ.. ให้มาก...
การพราก.. ที่ไร้..ความการุณย์..
โหดร้าย..ความรู้สึก ของคุณ..
ทารุณ.. ที่ถูก ..พรากพ่อไป...
แม้จะต่างภพ .ไม่เคยลด....ความรู้สึก..ห่างไกล..
ก้าวเผชิญภัย ..ด้วยใจ ที่แกร่ง.กล้า..
พ่อจะอยู่ใกล้...
คุ้มภัย .. ปกป้อง.. ทุกเวลา..
ผิดพลาด.. คือประสบการณ์.. ที่มีค่า..
ให้ลุกท้า ..ต้องกล้า ..อย่างพ่อเป็น...
เพื่อนรัก...
..อ่อนล้า ..แค่บางครั้ง...
มองหลัง ..อย่า..หลบเร้น...
เก็บเกี่ยว ..สิ่งที่เห็น...
แยกแยะ..เป็น ... ใน..บทเรียน.

อาจเป็นแค่บทกลอนน้ำเน่า
มีแต่เรื่องเศร้าๆที่วนเวียนอยู่ตรงนี้
พยายามแต่งกลอนรักแต่ต้องฝึนใจตัวเองทุกที
ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไม่เข้าใจ

ในชีวิตจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง
ภายนอกอาจดูหวานซึ้งแต่มันปวดร้าวข้างใน
คอยบอกตัวเองว่าอยู่คนเดียวก็ได้ไม่เห็นเป็นไร
ขาดเค้าไปก็คงไม่ตาย

รับรู้แล้วถึงคำว่าความเหงา
มันช่างว่างเปล่าเหมือนเดินทางอย่างไร้จุดหมาย
เดินทางบนถนนสายเก่าอย่างเดียวดาย
ไม่มีปลายทางที่ทอดยาวไม่มีใครสักคน........


เพิ่งรู้ตัว ว่าผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอด
ผู้หญิงที่พรํ่าพรอด ว่ารักกันมากแค่ไหน
เพิ่งรู้ตัวนะว่า เธอคือผู้หญิงที่ห่างกันแสนไกล
ดวงดาวที่เห็นก็แค่เงาในดวงตาคู่ใส...ไม่มีจริง

เพราะที่แท้ดวงดาวอยู่แสนไกล
วอมแสงที่ทอดผ่านมาใกล้ ลวงตาทุกสิ่ง
แค่ความฝันเท่านั้น ที่เราได้ผูกพันพักพิง
อ้อมกอดที่เคยอุ่นอิง มันหยุดนิ่งไปกับเวลา

เพิ่งรู้ตัวว่ากอดผู้หญิงที่ไม่ควรจะรัก...
มันยากหนัก เหมือนเอื้อมดาวบนริ้วฟ้า
ทำได้แค่แหงนมอง แล้วนั่งนองนํ้าตา
เข้าใจความจริงแล้วนะว่า..เธอคือใคร

คนที่ฉันเอื้อมเท่าไหร่ ก็ไม่ถึง
ฉันก็แค่ก้อนหินก้อนหนึ่ง ที่หลงคะนึงในหยดนํ้าค้างใส
เห็นเงาสะท้อนแสงดาว ก็คิดเอาว่าไม่เกินเอื้อมใจ
พอแดดสายละลายนํ้าค้างไป ดวงดาวก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะมี


จอกหนึ่ง อึ้งไป เอ่ยปากค่อย
พูดเสียงอ่อย วาจา สุภาษิต
จองสอง ลองเสียง แปร่งสักนิด
เริ่มออกฤทธิ์ ร่ายคำ พ่นน้ำลาย

จอกสาม ลามพ่อตา ที่ร่วมเรือน
กอดคอเลื่อน เพื่อนสนิท มิตรสหาย
จอกสี่ หลงพี่น้อง จ้องตาลาย
ชักเมามาย ใครว่ะแน่ โคตร...มึง

จอกห้า เห็นน้องเมีย คิดเคลียคลอ
อยากอี๋อ๋อ ล้อจับเล่น ทะเล้นทะลึ่ง
จอกหก ตะโกนก้อง ร้องเอ็ดอึง
ใครมาถึง กระชากแขน เข้าร่วมวง

จอกเจ็ด เป็ดไก่ อยู่ในเล้า
ไปยิงเป้า เป็นกลับแกล้ม แอ้ม ดื่มก๊ง
จอกแปด แดดออก บอกฝนลง
ฟ้อนรำวง โวยเอะอะ จังหวะเคาะ

จอกเก้า เสือเผ่น ผาดผยอง
ใครกล้าลองของแตะ ไม่แหละเหลาะ
จอกสิบ เมียไม่กลัว หัวเย้ยเยาะ
เด็กเอ๊าะเอ๊าะ เอาซักโหล โม้คุยฟุ้ง

จอกสิบเอ็ด เตร็ดเตร่ เซไปเที่ยว
หน้าซีดเซียว เลี้ยวกลับรัง อรุณรุ่ง
จอกสิบสอง คลานคอพับ หลับกับยุง
นอนนอกมุ้ง หมาเลียปาก หากว่าเมีย


รู้บ้างไหม ว่าใคร เขาคิดถึง
เฝ้าคะนึง ห่วงหา พาหวั่นไหว
ไม่เห็นหน้า แสนเหงา เศร้าหทัย
อยากจะมา ชิดใกล้ ใจเหมือนเดิม

หรือว่าเธอ ไม่รู้ ว่าใครสน
ดวงกมล ชิดใกล้ ใจแรกเริ่ม
ถึงได้มา ห่างหาย ไม่เหมือนเดิม
ปล่อยให้เรา เหงาเพิ่ม ในหัวใจ

หรือเพราะว่า เธอมีใคร ในดวงจิต
เฝ้าครุ่นคิด ห่วงหา พาหวั่นไหว
เธอจึงไม่ เคยสน เคยสนใจ
ว่ามีใคร เขารัก ภักดีเธอ

ถึงได้มา ห่างหาย ไม่มาหา
ทำอุรา เราเหงา เศร้าเสมอ
อยากจะบอก เธอนะ ว่ารักเธอ
และอยากเจอ เธอเสมอ ทุกคืนวัน

ถ้าอย่างไร ฉันขอ เธอได้ไหม
หากวันใด เธอจากไกล ไปจากฉัน
โปรดได้เอ่ย สักนิด คิดถึงกัน
แทนสัญญา ผูกพัน ก่อนวันลา


มาให้คำสัญญาปากเปล่า
หลอกให้เราฝันหาตั้งตาฝัน
ขีดปฏิทินรอเวลามาทุกวัน
ที่จะให้เรานั้นหนุนตักเธอ
พอทวงถามเธอขอเปลี่ยนให้ซบอก
ฉันก็เลยยิ่งเพ้อพก...และเพ้อเจ้อ
นั่งนับวัน เดือนปี ได้มีเธอ
แต่ก็เก้อ...อย่างนี้ทุกทีไป
พอวันนี้มาทวงถามตามสัญญา
เธอบอกว่าชาติหน้าตอนบ่ายๆ
โธ่!คนดีหลอกพี่นี้ให้ช้ำใจ
ให้วาดหวัง....แล้วทำไม....มาหลอกกัน


พี่รักษา บาดแผลใจ ให้หมดแล้ว
ดั่งดวงแก้ว แววใส ไม่หม่นหมอง
เปิดประตู หัวใจ แล้วทุกห้อง
รอแสงทอง ส่องมาสู่ ประตูใจ
พี่เป็นเพียง เรือลำน้อย คอยคนนั่ง
พาข้ามยัง ฝั่งฝาก อันสดใส
เรือเทียบท่า เธอก้าวข้าม ทิ้งเรือไป
สู่เส้นทางใจ ที่งดงาม ตามแสงทอง
คงเป็นเพียง คนพายเรือ เสื้อผ้าเก่า
ที่คอยเฝ้า ห่วงใย ใจหม่นหมอง
หากเธอพบ กับปัญหา ทางที่ลอง
พี่ขอจอง รักษาใจ ให้เธอเอง








.....ขอถามอะไรเธอสักอย่าง
เธอเคยรักฉันบ้างไหม
ทำไมเธอไม่เคยมองผู้หญิงที่จิตใจ
ปล่อยให้คนหวั่นไหวนั้นเฝ้ามอง

เธอคิดหรือว่าความสุขมันอยู่ที่หน้าตา
รักแท้ก็คงไม่มีค่าแล้วสำหรับเธอ
ไปเถอะไปอยู่กับคนที่หน้าตาดีเลิศเลอ
ปล่อยฉันที่รักเธอ.... ให้มันเจ็บช้ำอยู่คนเดียว........

หน้าตาหล่อเลิศหรูดูคมขำ
ฉันจดจำภาพเธอไม่เบลอหาย
คิดถึงเธอคนเดียวยามเปลี่ยวดาย
ตกหลุมรักเธอง่าย-ง่ายจากใจจริง

นักแสดงหน้าตาดีที่ใฝ่ฝัน
ก็คงได้แค่นั้นฝันทุกสิ่ง
มองหน้าเธอทีไรใจเหมือนวิ่ง
แต่ทุกสิ่งก็เป็นแต่แค่ฝันไป

อยากมีเธอคอยอยู่เป็นคู่ชื่น
ไม่สนว่าคนอื่นจ้องมองแบบไหน
เพราะว่าฉันรักเธอใช่เผลอใจ
แต่เธอรักฉันไหมไม่รู้เลย

ทุกๆครั้งแค่ได้คิดจิตก็หวั่น
เพราะเรานั้นเป็นคนดู อยู่เฉยๆ
บอกรักเธอ อยาจะพูดอยากจะเอ่ย
แต่รู้เลยเธอคงไม่ ไม่ได้ยิน

นั่งจ้องหน้าเธอแล้วยิ้มปริ่มความสุข
ตัวเราลอยลุกล่องไปใจโผยผิน
ทุกอย่างลอยล่องไปไกลโบยบิน
อยากให้ได้ยินคำนั้น ฉันรักเธอ


กลั่นกรองจากปลายอารมณ์
สั่งสมเป็นความปรารถนา
ความรู้สึกยังคงมีค่า
ตลอดเวลาของการรอคอย
ความรู้สึกยังคงล้นหลั่ง
แม้ว่าความหวังยังไกลห่าง
คอยนับวันเวลาได้เคียงข้าง
อีกไม่นานเราคงได้เจอกัน
ไม่ว่าจะเพราะอะไร
ที่ทำให้เราต้องไกลห่าง
แต่ขอบอกเธอว่าฉันไม่อ้างว้าง
เพราะมีเธอเคียงข้างกำลังใจ
เรามีกันและกันอยู่เช่นนี้
ไม่เคยเลยสักทีจะหวั่นไหว
ขอเพียงเธอไม่เปลี่ยนไป
ฉันจะอยู่เคียงใกล้ ณ. คนดี


รักของฉันเปรียบเหมือนกับดวงดาว
ที่พร่างพราวในคืนฟ้าสดใส
ฉายแสงพราว ในคืนเดือนดับ ประทับใจ
อาจหลบไป หนีหน้ากัน ในวันจันทร์เต็มดวง
ดาวดวงนี้อาจมีบ้างในบางครั้ง
ถูกเบียดบังด้วยจันทรายามทอแสง
ถูกเมฆน้อยบดบังยามอ่อนแรง
ถูกแรงแสงดาวตกมาปกคลุม
แต่เธอรู้ดาวดวงนี้ไม่ไปไหน
อาจดูไกลเธอบ้างในบางหน
กระพริบแสงพราว จากธาราฟ้าเบื้องบน
กระพริบจน สิ้นแรงแห่งแสงดาว

โอบกอดความห่วงใย
หวั่นไหวในความคิดฝัน
รู้สึกห่วงใยคนไกลกัน
กลัวความผูกพันจะเลือนลาง

โอบกอดความห่วงใย
ด้วยหัวใจที่อ้างว้าง
กลัวสายใยรักจะจืดจาง
เพราะระยะทางที่ห่างไกล

โอบกอดความห่างหา
ด้วยแววตาที่สั่นไหว
ความคิดถึงมันล้นหัวใจ
น้ำใสใสจึงไหลรินจากดวงตา
เทอร์จะรับรู้บ้างไหมคนไกลตา...

..๏ ทิวแถวแนวยอดหญ้า......พลิ้วไปมาคราลมแรง
โอนกิ่งอิงก้านแซง..............ระหว่างช่อแห่งใบเรียว
หวิวไหวไร้แรงต้าน...........ลมแผ่วผ่านเพียงครู่เดียว
โยกย้ายไม่ยึดเหนี่ยว........ปล้องเปล่าเปลี่ยวก็ลู่ตาม ๚

..๏ ดอกหญ้าคราปลิวไกล.....สู่แดนใดใคร่ไถ่ถาม
เริงลมละลิ่วงาม..............สู่ฟ้าครามกระจายจร
จากต้นพ้นถิ่นทุ่ง...........ลอยคละคลุ้งมุ่งแดนดอน
เหลือไว้แต่ต้นอ่อน..........อีกกิ่งก้านต้านทานลม ๚

..๏ โยกย้ายใบกวัดแกว่ง..........ดั่งแสดงได้งามสม
ลดหลั่นครั้นต้องลม...............ให้เชยชมด้วยชอบใจ
เอียดเสียดเบียดเบียนบ้าง......ใบไขว้ขวางยังแกว่งไกว
สดับเสียงเยี่ยงกล่อมใคร.......คงหลงใหลในบทเพลง ๚

..๏ แมงปอล้อดอกหญ้า.........บินร่อนมาพาครื้นเครง
โฉบเฉี่ยวเลาะเลี้ยวเร่ง-........กระฉับกระเฉงระเริงเรียง
หลากลักษณ์มากสีสรร..........บินเคียงกันลอยคู่เคียง
ปีกบางยังบินเฉียง................เคว้งคว้างเลี่ยงเยี่ยงเพลิดเพลิน ๚

..๏ ลมแผ่วยังเพรียกผ่าน........แสนสำราญนั้นเหลือเกิน
ความงามยามกาพย์เกริ่น.........คงไม่เกินกว่าความจริง
ปล่อยใจให้ลอยล่อง............แสนผุดผ่องสุดอ้างอิง
ความงามล้ำทุกสิ่ง...............รื่นรมย์ยิ่งยากลืมเลือน ๚ะ๛


ฟ้ากว้างเกินไปที่จะมองคนเดียว
ถนนสายเก่ามันก็คดเคี้ยวจนฉันจำทางกลับไม่ได้
รถเมล์สายไหนบ้างจะแล่นไปสุดสายที่ใด
คล้ายๆว่าฉันลืมไปแล้วหมดหัวใจ....เมื่อเธอจากลา

คล้ายฟ้ายามกลางคืนที่มืดมิด
รอตะวันกลับมาส่องแสงคืนชีวิต...อย่างอ่อนล้า
คนเหงา...ฟ้าเหงา.....นั่งจับเจ่า ...รอเวลา
ไม่รู้แสงตะวันจะคืนความอบอุ่นมา....เมื่อไร

อยากนั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆจนสุดสายถนน
จำไม่ได้แล้วว่าทางกลับบ้านมันวกวน หรือใช้ถนนสายไหน
ดาวดวงไหน...ยิ้มมา หรือกระพริบน้ำตา บาดหัวใจ
หัวใจฉันก็ยิ่งร้องไห้...จนไม่อาจหลับตา

จำไม่ได้แล้ว ว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่คิดถึง
ที่กลับมานั่งร้านเก่า....มองหาใครคนหนึ่ง...ที่ไม่เคยพบหน้า
ที่นั่งรถเมล์เลยป้าย...ที่หัวใจไม่เคยรับรู้เวลา
เนิ่นนานในการรอ...ที่ฉันนั่งนับดาวนับน้ำตา...
.........นับค่ำคืนเหว่ว้า....คิดถึงเธอ

Note......คืนนี้อยู่จนดึก รอใครบางคน.....อารมณ์เศร้าเลยเข้าครอบงำ จิตใต้สำนึกอีกแล้ว......แต่...ไม่มีอะไรหรอกนะ....แค่กลอนพาไป

แค่หยอกเย้าหยอกล้อพอหยอกเล่น
ขอใจเย็นหน่อยหนาอย่าโกรธฉัน
โถน้อยใจเหตุใดโปรดบอกกัน
ผิดสัญญาแค่นั้นอย่าปั้นงอน

แค่บอกให้ซบตักความรักให้
แค่บอกให้ซบไหล่(อก)ไถ่ถอดถอน
อย่าคิดมากไปเลยนะอย่าร้าวรอน
ให้แน่นอนชาตินี้มีให้เธอ

ทั้งเช้าสายบ่ายค่ำจนย่ำรุ่ง
ฉันจะมุ่งไปหาเธอเสมอ
ไปซบไหล่ซบตักซบตัวเธอ
ให้สุขเพ้อเมื่อเจอหน้าพาชื่นใจ

ผู้หญิงกับความอ่อนไหว
เจ็บเพียงไร...อาจยังแฝงด้วย
ความเข็มแข็ง
ฉันยังเป็นหนึ่งที่ยังแข็งแรง
แม้จะถูกใครแกล้งจนเจ็บชา
ทุกทุกวินาที...
ฉันยังทำตัวมีค่า
มีกำลังใจให้ตัวเองเสมอมา
แม้มีบางเวลาที่อ่อนล้าโรยแรง

เป็นเพียงคน นั่งเรือน้อย คอยข้ามฝั่ง
ด้วยความหวัง ว่าจะไป ให้ถึงฝัน
คนพายเรื่อ คงรำราญ นั่งทุกวัน
มาแบ่งปัน ความรักเขา ตั้งครึ่งใจ

คนพายเรือ แสนใจดี มีที่นั่ง
พร้อมคอยฟัง เรื่องราว อันสดใส
ส่งประกาย ด้วยแรงรัก จากดวงใจ
แล้วทำไม คนพายเรือ ต้องร้างลา

ขอได้โปรด อย่าผลักใส ให้ไปห่าง
อย่าทิ้งขว้าง ให้วังเวง มันช้ำหนา
ขอได้นั่ง เรือลำน้อย ลอยนาวา
ไปจอดท่า คนพายเรือ ได้ไหมเอย

 
   
   
   
   
   
   
 
 
©2005 webmaster